- Phil Middleton[ลุงฟิล] : ร้องนำ , Harmonica
- ดุลยสิทธิ์ สระบัว (โป๊ง) : ร้องนำ , Guitar ,Slide Guitar
- ประภัสร์ เดชาจุตินันท์ (หวาน) : Drums & Percussions
- ด.ช. พิฆเนศร์ จันทิมาธร (กัน ตรึม) : Guitar, Chorus
อากาศมันร้อน !!! ใครคุยอะไรกับใครก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ก็ต้องผ่อนคลายบ้างถึงจะดี ... ได้แอร์ ดี ๆ แบบเย็น ๆ ฉ่ำ ๆ แถว ๆ เซเว่นก็คงจะดีไม่น้อย คิดได้ก็มุ่งไปยังที่เดิม เซเว่นแถวบ้าน ... อ้า!!! .... เซเว่นอีกแล้ว ... พอ ๆ ... เพลง เพลงอะไรน้อ ที่เข้ากับบรรยากาศที่ร้อนระอุ และอดุมไปด้วยโปรตีนบำรุงสมอง นั่นไง ... อีกแล้วครับท่าน เพลงดีอย่างนี้ เซเว่นไม่มีขาย ...๕๕๕ ... บางลำพูแบนด์ หาได้ที่ทิพย์เนตรเอ็นเตอรไพร์ส (ไม่ใช่ไพร่ น้อ ... ) ที่เดียวเท่านั้น
ติดตามข่าวของวงนี้มาตั้งแต่ยังไม่มีแผ่นวางขาย ... เนื่องด้วยเสียงลือเสียงเล่าอ้างมานานหนาหู แต่เนื่องจากไม่มีโอกาสไปฟังการแสดงสดของวงนี้ได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากย้ายนิวาส สถานไกลห่างแหล่งมานานหลายปี นักดนตรีที่อยู่ในเครติดก็รู้จักแค่คนสองคน เอาล่ะหลังจากขู่เข็ญ นั่งยัน นอนยัน กับเจ้าของร้านทิพยเนตรว่า เป็นบลูส์ครับพี่ บลูส์เพลงไทยแน่นอน (เพราะว่าเคยดาวน์โหลดมาฟังอยู่หนึ่งเพลง) ช่วยกันหาอยู่ประมาณยี่สิบนาที และแล้ว ... นี่ไงผมว่าแล้วคุ้น ๆ เพราะว่าสั่งมา ขายห้าแผ่น อยู่ในแถวอินดี้นี่เอง เซลแมนบอกว่า รับประกันขายไม่ได้ ยอดไม่พุ่ง รับคืนร้อยเปอร์เซ็นต์
Banglumpoo Band ประกอบไปด้วยนักดนตรีหลัก 4 ท่าน หนึ่งในสมาชิกเป็นลูกชายของน้าหงา คาราวาน ชื่อกันตรึม (เด็กอายุ 14 ปี เป็นมือกีต้าร์เล่นบลูส์) อ่านจากการให้สัมภาษณ์ ก่อนที่จะได้ฟังงานของวง หัวหน้าวง (ดุลสิทธิ์ สระบัว) บอกว่า บลูส์ในแบบ บางลำพูแบนด์ เป็นบลูส์ที่เน้นแบนด์ ไม่ใช่กีต้าร์ฮีโร่ แบบสตีวี่ เรย์ วอนร์ หรือแบบ จิมมี่ เฮนดริกซ์ หรือในแบบ เคนนี่ เวร์น เชฟเฟิส์ด แบนด์ เอาล่ะเริ่มกันที่ เทรคที่สอง บางลำพูบลูส์ (เทรดแรกเป็นเสียงพูด) เป็นบลูส์ในแบบ ริธึม แอนด์บลูส์ ยุค ซิกตี้ นะครับ ไม่ใช่อย่างในแบบปัจจุบัน มีเสียงฮาโมนิก้าเป็นพระเอก มีกีต้าร์สไลด์ให้ฟังแบบนิ่ม ๆ ไม่บาดลึก และกลับลื่นไหลเป็นอย่างยิ่ง ฟังแล้วมวลรวมชวนให้นึกถึงเดอะโรลลิ่งสโตนเป็นอย่างยิ่ง ร้องนำโดยลุงฟิล สมาชิกฝรั่งคนเดียวของวง
เทรคที่สาม บ้านตึก มาในแบบจังหวะของเพลงอมตะ ซึ่งคอบลูส์ทั้งหลายต้องเคยได้ยิน คือเพลง Hoochi Coochi Man ฟังแล้วผ่านไปแบบลื่นไหล Free As The Wind เป็นเทรคต่อมา ซึ่งมาชวนกันขึ้นรถไฟเดินทางท่องเที่ยวกันให้หายเบื่อกันไปข้างหนึ่ง โดดเด่นด้วย ฮาโมนิก้า และเบนโจ เล่นกันด้วยความเร็วแบบ express train ที่คนแก่ยังพอตามได้ทัน เทรคที่ห้า ตื่นเถอะเธอจ๋า เป็นจังหวะแบบ บูกี้บูกี้ เล่นกันง่าย ๆ สองสามคอร์ด ยังคงเน้นความเป็นแบนด์อย่างเหนียวแน่น และเทรดที่หก ไอติมแมน มาในจังหวะเป็นคึกคัก ๆ น้อง ๆ ร็อคแอนด์โรล ก็กะว่าจะมีเสียงกีต้าร์ฮีโร่ แบบรับเชิญแต่ก็ผิดหวัง
มาถึงเทรคเพลงช้ากันบ้าง มีหนองหารบลูส์เป็นเทรคช้าแบบเพลงบรรเลง ความคิดสร้างสรรค์ดีเยี่ยม ตามด้วยแค่ฝันก็พอ ยังคงมีเนื้อหาที่เบาหวิว เหมือนกับเทรคทั้งหมดที่กล่าวมา แต่จังหวะเย็นสมใจ มีสไลด์คลอเคลียตลอดเพลง ลอยได้จริง ๆ คงประมาณบรรยากาศหลังตีหนึ่งครึ่ง ตอนร้านเลิกแล้ว ที่สะดุดใจมาก ๆ ก็เห็นจะเป็นเพลงเด็กน้อยกับดอกไม้ เรื่องราวใกล้ ๆ ตัว ที่คนเที่ยวผับต้องเจอะเจออย่างแน่นอน มีน้าชัยบลูส์ (ร้านบลูส์แห่งเสาวรีย์ชัยฯ) มาแจมกีต้าร์ เป็นเพลงเดียวในอัลบั้มนี้ที่มาในทางกีต้าร์ฮีโร่ ... เข้าทางน้าแกล่ะ ... ๕๕๕ ... เทรคสุดท้าย Banglumpoo Blues Jam ก็เล่นกันเอา มันส์ ถือเป็นการขอบคุณเพื่อนพ้องน้องพี่ ว่าอย่างนั้น
ข้ออ่อนด้อยของอัลบั้มที่มีให้เห็นอย่างเด่นชัดก็คือ คำร้อง เนื่องจากวงไม่ได้เน้นสีสันในเรื่องของการโชว์เครื่องดนตรีเป็นพระเอก ดังนั้นข้อสำคัญของอัลบั้มที่ต้องเน้นและขาดไม่ได้ก็คือ คำร้อง ซึ่งถือว่าทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ถ้าแยกกันเป็นส่วน ๆ ออกมาแล้ว ดนตรีอยู่ในขั้นมืออาชีพ แต่ยังคงอ้อม ๆ กันมาก อาจจะกลัวว่า คนฟังจะรับยากหรือเปล่าไม่รู้ โห้ ... ไม่น่าหวังอะไร ไหน ๆ ก็เล่นบลูส์แล้ว (ฮา) คิดว่าอัลบั้มหน้า (ถ้ายังมีแรงอยู่) น่าจะอัด “หนัก” กว่านี้ ก็เพราะว่า ผมฟังแล้วมันไม่เต็มน่ะครับ ... ให้ 7.5 เพื่อเป็นกำลังใจแห่งความตั้งใจครับผม ...