You are here: Home WO Music Reviews เพลงสากล

Way Out Music

Inter Music Reviews

Drake - Thank Me Later

(1 vote, average 4.00 out of 5)

Thank_Me_Later

ศิลปิน
: Drake

อัลบั้ม : Thank Me Later

วางจำหน่าย : January 20, 2010

หลังจากปล่อย EP So Far Gone และซิงเกิ้ลเก๋ๆอย่าง Best I Ever Had ไปเมื่อปีที่แล้ว Drake ก็ได้คลอดอัลบั้มเต็มออกมาเสียที โดยรวมของ Thank Me Later ไม่ต่างจากตัว EP ก่อนหน้านี้ซักเท่าไหร่ แต่การปล่อยซิงเกิ้ลจาก Ost. More Than a Game อย่าง Forever แล้วอาจจะเข้าใจผิดว่า Drake เดินสายแรปควบคู่กับฮิปฮอปรึเปล่า แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดในอัลบั้มนี้เลย

Thank Me Later ถ้าจะให้มองภาพรวมแล้วก็ได้อารมณ์ประมาณซิงเกิ้ลจาก EP อย่าง Succesful  ที่เนิบๆอึนๆหม่นๆ หรือกึ่งแรปกึ่งร้องสไตล์ Pop Art อย่าง 808's & Heartbreak ของ Kanye West ภายในเลยผสมไปด้วยแรป และอาร์ แอนด์ บี เจือๆด้วยนีโอ-โซล และฮิปฮอปเล็กน้อย เพลงในอัลบั้มเลยสไตล์ที่ค่อนข้างแปลก ที่ก่อนหน้าเคยพูดถึงอัลบั้มของ Kid CuDi ว่าสองคนนี้สไตล์แตกต่างกัน แต่คงต้องหันกลับมามองเสียใหม่ ทั้งสองคนไม่ได้ทำเพลงแนวเดียวกัน แต่เลือกที่จะไม่เดินเพลงสายตลาดนั่นเอง... 

ด้านทีมโพรดิวซ์เซอร์นั้นได้ 40 และ Boi-1da ทีมเก่าที่ปั้น Best I Ever Had มาด้วยกันเป็นเสาหลักในอัลบั้มนี้ พ่วงด้วย Kanye West และ Timbaland และได้ Alicia Keys, Lil' Wayne, Jay-Z, Young Jeezy, Nicki Minaj, Swizz Beatz, T.I. และ The-Dream มาช่วยสร้างสีสันในอัลบั้มในดี แต่โดยรวมแล้ว Drake สามารถคุมอัลบั้มของตัวเองได้ดี ไม่โดนแย่งซีนจากใครใดๆ (เข้าใจว่าแนวเพลงเป็นสไตล์เฉพาะของ Drake เองเลยสามารถ ในขณะที่ฮิปฮอปในตลาดพยายามทำแนวเพลงนั้นๆเพื่อให้เข้ากับคนที่มา Featuring ด้วย)

โดยรวมแล้ว Thank Me Later เป็นอัลบั้มที่ฟังได้เพลินๆ แต่ภาพรวมของแต่ละเพลงค่อนข้างคล้ายกัน ทำให้ฟังแล้วเพลงก็คล้ายๆกันไปหมด ร่วมด้วยเสียงต่ำๆ(ในภาคร้อง)ของ Drake เองผสานกับเพลงแล้วยิ่งชวนให้เพลงอึนเข้าไปใหญ่ แต่ Drake เป็นแรปเปอร์ที่สามารถทำทั้งด้านแรปได้ดี และด้านร้องก็พอจะไปในทางที่ดีได้กับสไตล์เพลงของตัวเอง ด้านยอดขายของอัลบั้มคงไม่สวยหรูเท่าชื่อเสียงที่เคยทำไว้ นอกเสียจากจะหันไปลองทำ ฮิปฮอป แร๊ปเหมือนชาวบ้านก็ดูจะน่าสนใจไม่น้อยนะ :P

Recommended Track : Fireworks, Karaoke, Over, Show Me a Good Time, Unforgettable, Find Your Love

 

รายชื่อเพลง :

1. Fireworks (Feat. Alicia Keys)

2. Karaoke

3. The Resistance

4. Over

5. Show Me A Good Time

6. Up All Night (Feat. Nicki Minaj)

7. Fancy (Feat. T.I. & Swizz Beatz)

8. Shut It Down (Feat. The-Dream)

9. Unforgettable (Feat. Young Jeezy)

10. Light Up (Feat. Jay-Z)

11. Miss Me (Feat. Lil Wayne)

12. Cece's Interlude

13. Find Your Love

14. Thank Me Now


Rating : 8/10

 
Ghost (feat. Ian Astbury)
2.   Crucify the Dead (feat. Ozzy Osbourne) 
3.   Beautiful Dangerous (feat. Fergie)
4.   Back from Cali (feat. Myles Kennedy)
5.   Promise (feat. Chris Cornell)
6.   By the Sword  (feat. Andrew Stockdale)
7.   Gotten (feat. Adam Levine)
8.   Doctor Alibi (feat. Lemmy Kilmister)
9.   Watch This (feat. Dave Grohl & Duff McKagan)
10.   I Hold On (feat. Kid Rock)
11.  Nothing to Say (feat. M. Shadows)
12.  Starlight (feat. Myles Kennedy)
13.  Saint Is a Sinner Too (feat. Rocco DeLuca)
14.  We're All Gonna Die (feat. Iggy Pop)


Rating : 8.3/10

 

Danny Gokey - My Best Days

dannygokeycover

Artist: Danny Gokey

Album: My Best Days

Genre: Country

Release date: 2 มีนาคม 2010

Album review:

อีกหนึ่งผลงานจากเวทีประกวด American Idol (ปีไหนผมไม่ทราบครับ ขี้เกียจตาม) กับหนุ่ม Danny Gokey ที่มาในแนวดนตรีคันทรี่ ซึ่งเท่าที่ฟังดู จุดเด่นที่สุดของอัลบั้มคงอยู่ที่ตัว Danny เอง ด้วยเนื้อเสียงทุ้มนุ่ม แต่ขณะเดียวกันก็ทรงพลังในระดับนักร้องประกวด เพราะเพลงทั้งหมดในอัลบั้มพี่แกก็ไม่ได้มีส่วนร่วมมากนัก แนวเพลงในอัลบั้มถือว่าเป็นไปในแนวทางเดียวกันดี คือเป็นคันทรี่-พ็อพ ที่มีฟังง่าย เหมาะกับคนคิดจะเริ่มฟังเพลงแนวคันทรี่เป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดี อาจเป็นเพราะว่ามาจากเวที AI บวกกับรูปสมบัติพ่อให้มา อัลบั้มพี่แกก็ไปสถิตย์อยู่ที่ 4 ใน US Billboard Top 200 มาแล้ว

Recommended Tracks:

My Best Days Are Ahead Of Me ซิ้งเกิ้ลเปิดตัวชื่อคล้ายกับอัลบั้ม ฟังสนุกสนานดีครับ เป็นเพลงที่ปูแนวทางให้กับเพลงที่เหลือในอัลบั้มด้วย พอเปิดฟังปุ๊บก็รู้ได้เลยว่าเพลงอื่นๆจะต้องสดใส มีความหวังตามเนื้อเพลงนี้

It's Only เพลงนี้มีสองหนุ่มจาก Lady Antebellum คือ Dave Haywood และ Charles Kelley มาร่วมโพรดิวซ์ให้ เป็นบัลลาดเพราะๆ โชว์น้ำเสียงหวานๆของแดนนี่โดยเฉพาะ (แต่พอรู้ว่ามีสองคนนี้มาช่วยทำเพลงให้ก็แอบคิดไม่ได้ว่าถ้า Charles ร้องเองจะเพราะได้อีกขนาดไหน)

I Will Not Say Goodbye เพลงปิดอัลบั้มที่โชว์พลังเสียงของแดนนี่มากๆ ผมถือว่าจบได้สวยเชียวครับ

Rating: ผมให้ 3 ดาวนะ เพราะไม่มีอะไรใหม่ เพลงเพราะในระดับหนึ่ง พอฟังเอาเคลิ้มๆได้อยู่

Who'll Like This Album: ถ้าคุณชอบ Lady Antebellum, Luke Bryan หรือศิลปินคันทรี่ชายเสียงทุ้มนุ่มทั้งหลาย คุณจะไม่ผิดหวังครับ

 

Corinne Bailey Rae - The Sea

Corinne Bailey Rae - The Sea

ศิลปิน
: Corinne Bailey Rae

อัลบั้ม : The Sea

วางจำหน่าย : January 20, 2010

กลับมาแล้วกับสาวเสียงชิลล์แห่งเกาะอังกฤษ ผู้ฝากเพลงน่ารักๆอย่าง Put Your Records On หรือ Trouble Sleeping ไว้ให้คนทั้งโลกได้ลัลล๊ากันแล้ว กว่าจะคลอดอัลบั้มใหม่ออกมา ไม่รู้เป็นเพราะหนีไปทำใจเหตุจากสามีสุดที่เลิฟเสียชีวิตไปเมื่อต้นปี 2008 รึเปล่า (แน่นอน เหตุเพราะ เสพยาเกินขนาด) จนอัลบั้ม The Sea ออกมา ก็มาแบบกริบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียงกันเลย

หากใครคิดจะหาเพลงชิลล์ๆลัลล๊าแบบอัลบั้มแรก คงต้องหยุดคิดตลบนึง เนื่องจาก The Sea แตกต่างจากอัลบั้มแรกอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่อัลบั้มแรกครึกครื้นไปด้วย ปอป, โซล และแจซ ที่ฟังแล้วดูสดใส น่ารัก แต่ The Sea กลับ เข้มข้นไปด้วยโซลแบบอเมริกันจ๋า แกล้มด้วยแจซให้พอเก๋ ฟังแล้วพาลให้นึกถึงรุ่นเดอะทั้งหลายอย่าง Marvin Gaye, Al Green หรือ Nina Simone อย่างเห็นได้ชัด เสมือนอัลบั้มแรกนั้นเป็นวัยเด็ก และ The Sea เป็นวัยผู้ใหญ่(ที่ค่อนข้างแก่)ไปเลย จะเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ทำให้ผู้คน(รวมถึงผม)ที่หวังจะได้ฟังเพลงอย่างอัลบั้มแรก ก็ต้องผิดหวังไปตามๆกัน แต่ถ้ามองกันที่อัลบั้ม The Sea เพียงอย่างเดียวคุณภาพก็ไม่ได้ด้อยดรอปลงไป กับโซลที่ดำได้ใจ เสียงของเรย์เองก็มีเสน่ห์เข้ากับเพลงอย่างไม่ต้องสงสัย เลยพาลให้นึกถึง Erykah Badu (ในแบบที่หวานกว่า สุภาพกว่า) ในบางอารมณ์ และช่วงท้ายยังมีเพลงโจ๊ะๆแบบบริท ร็อคมาให้ฟังด้วยความประหลาดใจด้วย! สรุปได้ว่า The Sea ยังเป็นอัลบั้มที่น่าฟังพักหูกับกระแสอิเลคทรอนิคส์/แดนซ์ ถึงแม้เราจะอยากฟังเพลงแบบ Put Your Records On อยู่ก็ตาม :)

Recommended Track : I'd Do It All Again, Feels Like The First Time, Closer, Paris Nights/New York Mornings

 

รายชื่อเพลง :

1. Are You Here

2. I'd Do It All Again

3. Feels Like The First Tim

4. The Blackest Lily

5. Closer

6. Love's On Its Way

7. I Would Like To Call It Beauty

8. Paris Nights/New York Mornings

9. Paper Dolls

10. Diving For Hearts

11. The Sea


Rating : 8.5/10

 

Lady Antebellum - Need You Now

(1 vote, average 5.00 out of 5)
nyn

Artist: Lady Antebellum
Album: Need You Now
Genre: Country
Release date: 26 January 2010

Album review:
กลับมาแล้วกับวงทรีโอคันทรี่ที่ดังสุดๆเมื่อปีที่ผ่านมา กวาดทั้งยอดขายและรางวัลมามากมายกับผลงานในอัลบั้มแรก Lady Antebellum ที่มีซิงเกิ้ลดังอย่าง I Run To You มาคราวนี้ Lady A ก็ยังคงไม่ทิ้งหนทางความสำเร็จของตัวเอง ซึ่งก็คือการทำเพลงคันทรี่ที่เจือกลิ่นอายของป็อบ ซึ่งฟังง่ายๆ สบายๆ เพลงของ Lady A นั้นจะโดดเด่นที่เนื้อเพลง (ซึ่งก็เป็นลักษณะเด่นของเพลงแนวคันทรี่ด้วย) บวกกับการขับร้องแบบผสานเสียงของสมาชิกทั้งสาม โดยอัลบั้มใหม่นี้เพิ่งเริ่มเปิดตัวไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ว่าตัวซิงเกิ้ลแรกอย่าง Need You Now ซึ่งตัดออกมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก็ไปคว้าอันดับหนึ่งบน Billboard Country Chart มาเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ อัลบั้มแรกของพวกเขาก็ยังอยู่ที่อันดับ 2 ของ Billboard Chart Country Album ด้วย (ข้อมูล ณ 28 ม.ค. 53) สิริรวมอายุบนชาร์ตถึง 92 สัปดาห์เข้าไปแล้ว นับว่าวงนี้มีฝีมือจริงๆครับ

Track review:
1. Need You Now ซิงเกิ้ลแรกที่ตัดออกมาเรียกน้ำลายสาวก Lady A ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และก็ได้ถูกนำไปร้องเรียกความประทับใจบนเวที Country Music Award เมื่อปีที่แล้วซึ่งพวกเขากวาดมากอดทั้ง 2 รางวัล คือ ศิลปินคันทรี่ยอดเยี่ยม และซิงเกิ้ลคันทรี่ยอดเยี่ยม (I Run To You) เพลงนี้ ส่วนตัวผมว่าทำนองออกแนวเชยๆ มีกลิ่นคันทรี่คละคลุ้ง แต่เสียงร้องโต้ตอบกันระหว่าง Charles และ Hillary นั้นเพราะมากๆครับ

2. Our Kind Of Love เพลงสนุกๆ หยอกล้อกันระหว่างสองนักร้องนำ ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อ ฟังได้เรื่อยๆ

3. American Honey เพลงช้าเนิบนาบ เน้นเสียงร้องของ Hillary โดยเฉพาะ มีเสียงเครื่องสายคลอตลอดเพลง เพราะ+อลังการดีครับ

4. Hello world เพลงนี้ Charles เป็นนักร้องนำ ฟังครั้งแรก รู้สึกเลยเป็นเพลงที่น่าเบื่อมาก เพราะเป็นเพลงที่จังหวะช้าที่สุดในอัลบั้ม แต่ฟังไปหลายๆรอบรู้เลยว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ arrange มาดีมาก เครื่องสายวงใหญ่ เสียงประสาน และอารมณ์ของเพลงนั้นมีจุดขึ้นจุดลง ผมมองว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ดีที่สุดในอัลบั้ม อาจจะไม่ใช่เพลงฮิต เนื่องจากอาจจะไม่ติดหูเท่าไหร่ถ้าตัดเป็นซิงเกิ้ล แต่ภาคดนตรีของเพลงนี้เด็ดขาดมากครับ

5. Perfect Day เพลงสนุกๆอีกเพลง สดใสมากๆ (อาจะเป็นเพราะฟังต่อจาก Hello world) ติดหูง่ายด้วย เพลงนี้เพราะตามมาตรฐาน Lady A ครับ

6. Love This Pain เพลงที่น่าจะมันส์ที่สุดในอัลบั้ม เนื้อเพลงก็ตามชื่อเพลงเลยครับ ประมาณว่า รักนะยัยตัวร้าย อะไรเทือกๆนั้น เพลงนี้มีความเป็นร็อคค่อนข้างมากตามความมันส์ของเพลง

7. When You Got a Good Thing กลับมาเศร้าเหงาจิตกันอีกรอบ เพลงคู่เพลงนี้หวานมากๆครับ สามารถเอาไปเป็นเพลงประกอบงานแต่งได้สบายๆ

8. Stars Tonight เพลงนี้ ถ้าไม่ถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลผมจะแปลกใจมากๆ เพราะสนุกสนานและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ทั้งยังติดหูด้วย แค่ร้อง "Yeah yeah" "Hey hey" ตามก็มันส์แล้ว (ดูจาก podcast เพลงนี้ตรงท่อน "hey hey" เอาคนมาช่วยกัน "hey" เป็นสิบ) เป็นเพลงที่เชื่อขนมกินได้เลยว่าต้องถูกเล่นเป็นเพลงแรกของคอนเสิร์ตแน่ๆ เพราะเนื้อหาปลุกเร้าให้ทุกคนมาสนุกกัน

9. If I Know Then เพลงพร่ำรำพันถึงโอกาสที่ผ่านเลยไป เน้นย้ำว่า "รู้งี้รักไปนานแล้ว" เพลงนี้โชว์พลังเสียงของ Charles ได้ดีมาก เพราะและหวาน ได้ใจไปอีกเพลง

10. Something 'bout a Woman เพลงอารมณ์หนุ่มกลัดมันพร่ำเพ้อเมื่อเจอสาวฮอท จังหวะกลางๆ สนุกๆ ผมว่าเพลงนี้ฟังเพลินดีเหมือนกันนะ

11. Ready to Love Again เพลงปิดอัลบั้มที่ผมว่าเลือกได้ดีทีเดียว เพลงนี้เสียงประสานทำได้ดี เป็นอีกหนึ่งเพลงที่โชว์เสียงของ Hillary ได้เด่นมากๆ เนื้อหาเพลงก็ดีด้วย เหมาะกับการเอาไว้เปิดหลังจากลืมแฟนเก่าได้

Recommended Tracks: ฟังได้ทุกเพลง กด Random ฟังได้เลยไม่เสียอารมณ์แน่นอน

Synopsis:
ภาพรวมของอัลบั้มผมว่าไม่ต่างจากอัลบั้มแรกเท่าไหร่ แต่ผมพบว่าอัลบั้มนี้เน้นเสียงประสานมากขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย Need You Now มีเพลงช้าค่อนข้างเยอะ และเพลงที่เร็วก็ไม่ได้มันส์มากเหมือนกับอัลบั้มที่แล้ว  กล่าวโดยย่อ คอเพลงช้าไม่ควรพลาดอัลบั้มนี้ด้วยประการทั้งปวง เพราะเนื้อหาดี เสียงร้องประสานเสียงเพราะ ดนตรีหวานแบบไม่เลี่ยนตามสไตล์คันทรี่  และหากคุณชอบอัลบั้มที่แล้วของ Lady A คุณสามารถซื้ออัลบั้มนี้ได้อย่างไม่ต้องลังเล หากคุณชอบเพลงคันทรี่มันส์ๆ แนะนำให้ลองฟังแซมเปิ้ลดูก่อนซื้อครับ

Rate: 4.5 ดาว 
 

Ke$ha - Animal


Animal

Ke$ha - Animal
กลายเป็นอัลบั้มที่ฮอตที่สุดของต้นปี 2010 ไปแล้วเรียบร้อย สำหรับอัลบั้มเปิดตัวของสาวเมกันกับมาดมั่นๆเตรียมมันส์ได้ทุกเวลา เพราะนอกจากเพลงเปิดตัวอย่าง Tik Tok จะขึ้นชาร์ท
บิลบอร์ดที่อันดับหนึ่งและท็อปเท็นในอีกหลายๆชาร์ทแล้ว อัลบั้มเปิดตัวในบิลบอร์ดยังสามารถล้มแชมป์เก่าหลายสัปดาห์อย่างอัลบั้มของป้า Susan Boyle ได้สำเร็จ อารายจะฮอตปานนั้น
จริงๆแล้วก่อนเขียน ผมเองก็ได้ลองเช็คผลการวิจารณ์จากสำนักต่างๆมาบ้างนิดหน่อย...ซึ่งออกไปในทางน่าพอใจทีเดียว คงต้องบอกว่าตอนนี้เกมส์การแข่งขันของวงการเพลงเริ่มเปลี่ยนไปเยอะ
ทีเดียว เพราะสมัยก่อนๆ ไม่แร็พก็ฮิปฮอปที่สามาารถยึดครองพื้นที่หัวหาดของชาร์ทได้ ซึ่งคนนึงที่ผมคิดว่ามีอิทธิพลอย่างมากในการเพิ่มความนิยมให้กับเพลงแนวป๊อบแด๊นซ์ก็คือ Lady Gaga
ซึ่งตัวของ Kesha เองก็แทบจะเรียกได้ว่า เดินตามรอยรุ่นพี่มาติดๆ แต่อย่างว่า แม้จะมาทางเดียวกันแต่ถ้าไม่มีที่ทางของตัวเองคงจะไม่รอดเป็นแน่ ว่าแล้วของเด็ดของเธอก็คือสไตล์การร้องที่แม้
ไม่เข้าขั้นดีว่า แต่จะมาในแนวกวนๆ เซ็กซี่ๆฟังแล้วเหมือนคนกำลังเมาๆถือแก้วเหล้าอยู่ในผับยังไงยังงั้น จนบางคนถึงกับตั้งคำถามว่า...เธอร้องเพลงได้จริงๆเหรอ...อันนี้ผมก็คงตอบไม่ถูก
ขึ้นอยู่กับแต่ละคนมั้งว่าจะพอใจเสียงร้องในระดับใด เพราะยุคนี้ใครจะสนหละเรื่องเสียงร้อง...เอาเทคนิคลูกเล่นไว้ก่อน...ว่าป่ะ ส่วนเพลงในอัลบั้มนั้นมากันให้รึ่มที่เดียว 16 เพลง แต่ละเพลง
up beat ทั้งนั้น นั่นก็เพราะคอนเซ็ปท์งานนี้ก็คือ It's Party Time ได้เวลา(เมา)มันส์กันหล่ะงานนี้ แต่ละเพลงนี่น่าโยกตามไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะเพลงช่วงสตาร์ท...
ที่ออกตัวเร็ว...แรง...เด็ดขาด...ยังกะอยู่ในผับยังไงยังงั้น สำหรับคนชอบปาร์ตี้อัลบั้มนี้ห้ามพลาดครับ แต่คนที่ชอบเข้าวัดเข้าวามากกว่าเข้าผับเข้าบาร์อันนี้คงต้องพิจารณากันเองนะครับ..อิอิ

My Rating : 8/10

Album : Animal
Singer Name(s) : Ke$ha (Kesha Rose Sebert)
Release Date : 2010-01-01
Track List :
1. Your Love Is My Drug 
2. Tik Tok 
3. Take It Off 
4. Kiss 'n' Tell
5. Stephen
6. Blah Blah Blah (feat. 3OH!3)
7. Hungover
8. Party At a Rich Dude's House
9. Backstabber
10. Blind
11. Dinosaur
12. Dancing With Tears In My Eyes
13. Boots & Boys
14. Animal
15. VIP
16. Tik Tok (Wolfedelic Club Mix) 

 

Slash - Slash

(1 vote, average 4.00 out of 5)
slash-album-cover


Artist : Slash
Album : Slash
Release : March 31, 2010


    อัลบั้มเดี่ยวล่าสุดจากพี่ชายของพล่ากุ้ง  ซะที่ไหนล่ะ  " Slash "  มือกีต้าร์ผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งโด่งดังมาจากวง  Guns N' Roses  และ  Velvet Revolver  โดยอัลบั้มนี้ได้ดึงเอาศิลปินชื่อดังมากหน้าหลายตาเข้ามาแจมกันให้พรึ่บไปหมด  แนวเพลงส่วนใหญ่ก็จะออกไปทางสไตล์ของนักร้องที่มาร้องในเพลงนั้น ส่วนตา Slash ก็คอยเล่นกีต้าร์อย่างเดียว ซึ่งมองรวมๆแล้ว จะดูว่ามันมั่วก็ไม่ถึงกับใช่  จะมองว่ามันเข้ากันได้ดีก็ไม่ซะทีเดียว  อืม.....  แต่ก็เอาเถอะ  ข้อดีที่สุดของอัลบั้มนี้ก็คือ ทำให้คนฟังทั่วไปสามารถเลือกเพลงของน้กร้องที่เราชอบขี้หน้าซัก 2-3 เพลงมาฟังได้อย่างถูกใจแน่นอน


Recommended Track  :   Gotten (feat. Adam Levine), Nothing to Say (feat. M. Shadows), Watch This (feat. Dave Grohl & Duff McKagan)


Track Listing

1.  
  • «
  •  Start 
  •  Prev 
  •  1 
  •  2 
  •  3 
  •  Next 
  •  End 
  • »
Page 1 of 3

Login Form

สำหรับท่านที่มี Username
เดิมอยู่แล้ว สามารถ Log In
โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกใหม่

Shout Box

Latest Message: 8 hours, 18 minutes ago
  • luv_hiae : สวัสดีทุกท่านครับ....
  • Cherry888 : จ๊ะเอ๋ เฮียกวง
  • ~*LoNElY GiR : ไม่เข้าใจคนรวย T^T
  • Buddha from : เฮ๊ย แป้ก มา
  • H!de MoZ@rt : Hello everybody คิคิ
  • Cherry888 : good night คะ จะตี 3 แล้วยังไม่ได้นอนเลยคะไปก่อนนะคะ จุ๊บุ จุ๊บุ
  • ~*LoNElY GiR : อรุณสวัสดิ์เวย์เอาท์
  • archie : @k.luv_hiae ummm...by the way, for any technical problem such as page erro, pls. don't hesitate to inform in the reviewer board น้อ ^^
  • archie : @k.luv_hiae what's up ? Hope everything gonna be alright,na ! Take it easy เด้อ พี่น้อง :D
  • luv_hiae : Just a little bit f*ck-up. FYI.

Only registered users are allowed to post

Online Users

0 users and 3 guests online | Show All